นักลงทุนต่างชาติแห่ลงทุนพื้นที่ EEC

ในช่วงปัจจุบันที่รัฐบาลกำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นทั้งโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง และเส้นทางรถไฟฟ้านั้น รัฐบาลพร้อมผลักดันทุกพื้นที่ที่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น โดยเฉพาะเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือที่เรียกกันว่า EEC ซึ่งเป็นโครงการที่ต่อยอดของโครงการ Eastern Seaboard โดยมีการลงทุนภายในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออกคือ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง

โดยปัจจุบันโครงการ EEC มีความคืบหน้าไปอย่างมาก ทำให้โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนในไทยเข้ามาเห็นความสำคัญของโครงการนี้เป็นอย่างมาก และให้ความสนใจในการลงทุน EEC ทำให้การลงทุนนั้นกลับมาคึกคักเป็นอย่างมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นการลงทุนในเศรษฐกิจภาพรวม และการลงทุนสร้างในนวัตกรรม ที่รวมถึงเทคโนโลยีที่ต่อยอดจากของเดิม ซึ่งจะสร้างความทันสมัยในอุตสาหกรรมภาพรวมของภายในประเทศไทย โดยถ้าหากภายในอนาคตโครงการ EEC นั้นประสบความสำเร็จในประเทศไทย จะทำให้การขยายตัวของจีดีพีภายในประเทศนั้นขยายตัวได้มากถึง 5% เลยทีเดียว

สำหรับเจ้ายักษ์ใหญ่แห่งวงการ Online Shopping อย่างอาลีบาบา เตรียมลงทุนใน EEC พร้อมทั้งจะนำสินค้าเกษตรของไทยขายผ่านแพลตฟอร์ม ภายหลังจากที่หัวหน้าทีมของอาลีบาบากรุ๊ป บริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดของประเทศจีน ได้เข้ามาหารือกับทางรัฐบาลไทยแล้วนั้น โดยทางอาลีบาบาได้มีการรายงานความคืบหน้าในการวางแผนการลงทุนโครงการ Smart Digital Hub และยังเลือกพื้นที่ไว้แล้ว ซึ่งภายในพื้นที่ที่เลือกยังคงเป็นพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภายในภาคตะวันออกของประเทศไทย และอยู่ไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิมากนัก เพื่อจะได้ใช้การเดินทางการขนส่งให้สะดวกที่สุด

ซึ่งสำหรับเป้าหมายใน 4 โครงการที่ลงทุนหลักที่ได้ร่วมพัฒนากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้แล้วนั้น ซึ่งจะเริ่มได้ภายในเร็ววันนี้ คือการนำเข้าสินค้าเกษตรกรของไทยโดยทำการโปรโมตผ่านแพลตฟอร์มของอาลีบาบา ที่ทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการไปแล้วนั้น เพื่อที่จะนำช่องทางการค้าขายออนไลน์ได้อย่างเต็มรูปแบบมาใช้กับโครงการนี้ แต่จะต้องประกอบการไปกับบริษัทอาลีบาบาที่กำลังพัฒนาทักษะดิจิตอลให้กับ Startup รายใหม่ด้วย

แต่ในขณะเดียวกันทางบริษัทอาลีบาบายังได้เข้ามาหารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อเริ่มวางแผนการท่องเที่ยวผ่านโครงการท่องเที่ยวชุมชนโครงการระยะถัดไปอีกด้วย และอีกทั้งยังหารือกับกรมศุลกากร เพื่อลงรายละเอียดระดับดิจิตัล คัสตอล ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับการรับการค้าขายทางอีคอมเมิร์ซทุกประเภท ที่ไม่ใช่กับทางอาลีบาบาเท่านั้น

ทางด้านนักลงทุนในไทยอย่างบริษัทยักษ์ใหญ่ บมจ.พีทีที โกลบอลเคมิคอล ยังได้เข้ามาร่วมลงทุนในพื้นที่ EEC และได้มีการศึกษาเตรียมลงทุนล่วงหน้ามาบ้างแล้ว ซึ่งเป็นการต่อยอดการลงทุนในโครงการที่มีอยู่แล้วอย่างโครงการ Eastern Seaboard โดยได้รับความร่วมมือจาก PTT และพันธมิตรต่างชาติที่มาลงทุนภายในโครงการนี้อยู่ 7-8 ราย ส่วนของมูลค่าการลงทุนนั้นอยู่ที่ทั้งหมดราวๆ 1 แสนล้านบาท โดยภายในวันที่ 23 มี.ค. 61 ทางบริษัท ได้เริ่มเตรียมตอกเสาเข็มในส่วนของโครงการ EEC โดยมีมูลค่าในการดำเนินโครงการทั้งหมดอยู่รวมเป็นจำนวน 8 หมื่นล้านบาท พร้อมกับเตรียมการลงทุนในส่วนของอุตสาหกรรมใหม่ที่เป็นไบโอ เคมิคอล ภายใต้โครงการไบโอคอมเพล็กซ์ โดยมีมูลค่าทั้งสิ้น 2-3 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ยังพร้อมกับต่อยอดและเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรมการเกษตรของไทยอีกด้วย โดยเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรในไทย อย่างเช่น อ้อย ปาล์ม ที่จะนำไปเป็นผลผลิตสินค้าที่จะส่งเสริมความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมเกษตรภายในประเทศไทย

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *